การปลูกกล้วยน้ำว้า

เคล็ดลับในการปลูกกล้วยน้ำว้า

                1. การปลูกกล้วยในฤดูฝนควรพูนดินกลบโคนต้นให้สูงไว้เพื่อป้องกันน้ำขัง  ส่วนในการปลูกในฤดูอื่น  ไม่ควรพูนดินกลบโคนให้สูงนัก  เพราะไม่ต้องการให้น้ำไหลออก

               2. ถ้าต้องการให้กล้วยออกปลีไปทิศทางเดียวกันควรหันรอยแผลที่เกิดจากการแยก

                                          กล้วยขยายพันธุ์โดยใช้หน่อ    
                               หน่อมีอยู่  
3  ชนิด  ได้แก่
                           1. หน่ออ่อน  เป็นหน่อที่มีอายุน้อยมาก  ยังไม่มีใบ
                           2. หน่อใบแคบ  เป็นหน่อที่มีใบบ้าง  แต่ใบเรียวเล็ก  
                                ชาวบ้านเรียกว่า
 หน่อดาบ
                           3. หน่อใบกว้าง  เป็นหน่อที่มีใบบาง
                                เป็นใบโตกว้างคล้ายใบจริงส่วนมากเป็นหน่อที่
                                เกิดจากตาของเหง้าที่อยู่ใกล้ผิวดิน

การใส่ปุ๋ย

                     การใส่ปุ๋ยมีผลต่อการเจริญเติบโตของกล้วยมาก   กล่าวคือจะช่วยให้ลำต้นอวบแข็งแรงตกเครือเร็วและได้ผลโต   การเจริญเติบโตของกล้วยแบ่งออกเป็น  3   ระยะ  คือ
                     ระยะที่  1  เริ่มนับตั้งแต่ต้นกล้วยตั้งตัวหลังการปลูก  ระยะนี้เป็นเวลาที่ต้นกล้วยต้องการอาหารมากเครือหนึ่ง ๆ  จะมีกล้วยกี่ผลนั้น  อยู่ที่ความสมบูรณ์ของดินระยะนี้  
                     ระยะที่  2  อยู่ในระหว่างหลังตั้งตัวได้จนถึงก่อนตกเครือเล็กน้อย  ระยะนี้กล้วยไม่ใช้อาหารมากอาหารต่าง ๆ   จะถูกใช้โดยหน่อที่แตกขึ้นมา
                        ระยะที่  3  เป็นระยะที่แก่  เป็นที่ระยะที่กล้วยต้องการมากเหมือนกัน   เพื่อนำไปบำรุงผล ให้โตขึ้น  

                     ดังนั้น   ต้นกล้วยจึงต้องมีอาหารสำรองอยู่มาก ๆ   จึงจะสามารถให้กล้วยเครือโต ๆ ได้จากระยะการเจริญเติบโตดังกล่าว  การใส่ปุ๋ยจึงควรใส่ครั้งแรก  อาทิตย์   หลังจากปลูก ครั้งที่  2 ใส่หลังจากครั้งแรกประมาณ  1 เดือน และครั้งที่ 3   ใส่หลังจากครั้งที่   2  ประมาณ  1  เดือน ปุ๋ยที่ใช้จะเป็นปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักก็ได้หรืออาจจะใช้ปุ๋ยเคมีชนิดที่ใช้กับไม้ผลทั่วไป  เช่น สูตร 15 – 15- 15, 13 - 13  -21 ฯลฯ   โดยใส่ต้นละ 1 กิโลกรัม  โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือเมื่อกล้วยมีอายุได้  2 เดือน และ 5 เดือน   ตามลำดับ

การตัดแต่งหน่อกล้วย

                  เมื่อปลูกกล้วยได้ประมาณ 5 – 6 เดือน  หน่อใหม่จะเกิดขึ้นมาก่อนหน้าที่กล้วยจะตกเครือเล็กน้อยควรเลือกไว้เพียง 2 หน่อแรกก็พอ  เพื่อแทนต้นแม่เดิม  หน่อที่เลือกควรอยู่ตรงข้ามกันของลำต้นเดิมหน่อพวกนี้มีรากลึกและแข็งแรง     ถือว่าดีที่สุด    ส่วนหน่อที่เกิดมาทีหลังเรียกว่า  “หน่อตาม”  ไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้นมาจะทำให้กล้วยเครือเล็กลงจึงควรทำลายเสีย         การทำลายหน่อกล้วย   สามารถกระทำได้โดยใช้มีดคว้านลำไส้ตรงกลางต้นออกแล้วหยอดน้ำมันก๊าดประมาณครึ่งช้อนชาลงไปจะทำลายหน่อนั้นได้   แต่หน่อที่เล็กมากยังไม่มีใบ  ปุ่มเจริญยังอยู่ใต้ดิน    น้ำมันก๊าดลงไปไม่ถึงอาจทำลายไม่หมด   หรืออาจใช้วิธีขุดหน่อออก   ซึ่งควรกระทำเฉพาะตอนที่กล้วยยังไม่ตกเครือเท่านั้น    เพราะถ้ากล้วยตกเครือแล้วจะทำให้กล้วย  “งัน”  ผลกล้วยจะเล็กลงได้        นอกจากการดูแลรักษาต่างๆ   ดังกล่าวแล้ว    ควรตัดแต่งกิ่งเอาใบกล้วยที่แห้งเหลืองหรือเป็นโรคออกให้หมด เว้นไว้ต้นละไม่น้อยกว่า 7 – 8 ใบ  และเมื่อเครือจวนแก่เก็บไว้เพียง 4 – 5 ใบ ก็พอ

การค้ำกล้วย

                เครือกล้วยที่หนักอาจดึงลำต้นให้โค้งงอจนถึงขั้นเป็นอันตรายแก่ลำต้น  อาจถูกลมพัดทำให้เครือและก้านเครือหักได้  ด้วยเหตุนี้จึงควรค้ำก้านเครือด้วยไม้เนื้ออ่อนที่เป็นง่ามในสวนขนาดใหญ่ควรมีไม้ค้ำจำนวนมากเตรียมไว้ให้พร้อม  และถ้าหากมีการปลูกไม้เป็นแนวกันลมไว้ก่อน  จะตัดกิ่งมาทำเป็นไม้ค้ำก็ได้

 

 การกำจัดวัชพืช

                        การกำจัดวัชพืชเป็นสิ่งจำเป็นต่อการปลูกกล้วยมาก  โดยเฉพาะพืชใบแคบจะแย่งอาหารเก่ง  ทำให้กล้วยได้รับอาหารไม่เต็มที่  การเจริญเติบโตจะไม่ดี   แต่ในการกำจัดวัชพืชโดยวิธีการพรวนดิน     ไม่สมควรกระทำเพราะรากกล้วยมีระบบการแผ่กระจายอยู่ใกล้กับผิวดินมาก  จึงควรเลี่ยงมาใช้การถากหรือถางวัชพืชจะดีกว่า ในการปลูกกล้วยเป็นส่วนใหญ่หากมีการปลูกพืชแซมในระหว่างแถว    หรือพืชคลุมดินตระกูลถั่วเช่น  ถั่วเขียว   เป็นพืชคลุมดินระหว่างแถวกล้วยแล้ว   นอกจากจะช่วยลดปัญหาเรื่องวัชพืช  ยังเป็นการบำรุงดินอีกทางหนึ่งด้วย